|
G&W-Cotton
::: เนื้อผ้าฝ้าย หรือ (Cotton) :::
สมบัติทางกายภาพ
............เส้นใยฝ้าจะมีขนาดความกว้างเท่าๆ กันหรือใหล้เคียงกัน คือจะมีความกว้างประมาณ
12-20 ไมครอน ตรงส่วนกลางของเส้นใยจะกว้างกว่าส่วนหัวและปลาย ส่วนความยาวใยฝ้ายขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายประการ
เช่น ชึ้นอยู่กับพันธุ์ฝ้าย สภาพดินฟ้าอากาศ และการเจริญเติบโต เส้นใยฝ้ายส่วนใหญ่จะยาวประมาณ
7/8 นิ้ว
และขนาดที่นิยมนำมาใฃ้ในงานอุตสาหกรรมสิ่งทอคือใยฝ้ายที่ยาวประมาณ 1/2 นิ้ว
ความมันเงา
........ ใยฝ้ายโดยทั่วๆไปจะมีความมันน้อย ต้องเพิ่มความมันด้วยการตกแต่ง เช่น
ผ้าฝ้ายเมอร์เซอร๋ไรซ์
ความเหนียว ฝ้ายจะมีความเหนียวปานกลาง คือจะเหนียวประมาณ 3.0-5.0 กรัมต่อเดนเยอร์
ตวามเหนียวจะเพิ่มขึ้นเมื่อเปียก ความเหนียวเมื่อเส้นใยเปียกจะมากกว่าความเหนียวเมื่อแห้งประมาณ
25-40 เปอร์เซ็นต์
ความยืดหยุ่นและการยืดได้ ในฝ้ายขะยืดหยุ่นได้ค่อนข้างต่ำ คือจะยืดได้ประมาณ 3-7
เปอร์เช็น บางครั้งอาจถึง
10 เปอร์เซ็นก่อนถึงจุดขาด การหดตัวกลับที่เดิม หากจับยึดอออกเพีง 2 เปอร์เซ็นจะหดตัวกลับเข้าที่เดิมได้
74 เปอร์เซ็น และถ้าจับยึดออก 5 เปอร์เซ็นจะหดกลับที่เดิมได้เพีบง 50 เปอร์เซ็น
ความคืนตัว
...........ใยฝ้ายและผ้าฝ้ายคืนตัวได้ต่ำ และยับง่ายมาก ความถ่วงจำเพาะ ใยฝ้ายมีความหนาแน่นและความท่วงจำเพาะ
1.54 กรัมลูกบาศก์เซนติเมตร
การดูดความชื้น
...........ฝ้ายดูดความชื้นในบรรยากาศได้ 8.5 เปอร์เซ็น ถ้าความชื้นสัมพันธ์ในอากาศ
95 เปอร์เซ็น
และ 100 เปอร์เซ็น ฝ้ายจะดูดความชื้นไว้ได้ 15 เปอร์เซ็น และ 25-27 เปอร์เซ็น ตามลำดับ
ผ้าฝ้าย สามารถดูดซับความชึ้นจากเหงื่อและน้ำได้ดีและสามารถ ระบายความชื้นได้เร็ว
ความคงรูป
.......... โดยปกติผ้าฝ้ายจะคงรูป ไม่ยืด และหดตัวมากนัก ความยืดและหดจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต
เป็นผืนผ้าด้วย ถ้าต้องการไม่ให้หด จะต้องทำการตกแต่งให้ทนหด เช่น ผ้าซันฟอไรซ์
การผลิตไฟและการทนต่อความร้อน
.......... ฝ้าติดไฟง่ายและเร็ว เมื่อเผาจะมีกลิ่นเหมือนเผากระดาษ มีขี้เถ้าเหลือน้อย
และมีสีเท่านุ่ม
ผ้าฝ้ายถ้าถูกความร้อนแห้งที่มีความร้อนสูงกว่า 149 องศาเซลเซียสนานๆ จะทำให้ใยเสื่อมคุณภาพ
แต่จะไหม้เกรียมถ้ารีดด้วยความร้อนสูงมากและการตกแต่ง เช่นการลงแป้ง ซึ่งจะช่วยให้ไหม้เกรียมง่ายขึ้น
สมบัติทางเคมี
...........ผลต่อด่าง ใยฝ้ายจะทนต่อด่างได้ดี ซึ่งในกระบวนการผลิตผ้าฝ้ายต้องใช้ด่างมาก
เช่น การฟอกขาวและการชุบมัน สารซักฟอกและการฟอกขาวทุกชนิดล้วนมีส่วนประกอบชองด่างทั้งสิ้น
จึงสามารถใช้สารเหล่านี้กับฝ้ายได้อย่างปลอดภัย
ผลต่อกรดฝ้ายจะไม่ทนต่อกรด โดยเฉพาะกรดบางชนิดเข้มข้นประเภทกรดของโลหะ เพราะกรดจะทำลายเส้นใยฝ้าย
ผลต่อสารละลายอินทรีย์
ฝ้ายจะทนต่อสารละลายอินทรีย์ที่ใช้ในการซักรีดในประจำวันและการลบลอยเปรื้อนได้อย่างดีแต่จะละลายใน
สารประกอบบางชนิด เช่น คิวปราโมเนียมไฮดรอกไซด์ และคิวปรีเอทิลีนไดอะมีน (cupriethylenediamine)
เราจึงใช้สารเคมี 2 ชนิดนี้ในการวิเคราะห์เส้นใยฝ้ายได้ ผลต่อแสงแดดและปัจจัยอื่นๆผ้าฝ้ายถ้าตากแดดจัดไว้นานเกินไป
จะทำให้กลายเป็นสีเหลืองและเสื่อมคุณภาพได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชื้น
และการย้อมสีวัด (vat)และสีซัลเฟอร์บางชนิด
การเก็บรักษา
...........ควรเก็บผ้าฝ้ายไว้ในที่แห้งและมีแสงสว่างน้อย ซึ่งจะทำให้ผ้าอยู่ในสภาพเดิมได้นาน
อย่าเก็บผ้าไว้ในที่อับชื้นและอุ่น
เพราะผ้าฝ้ายจะขึ้นราง่าย ซึ่งราจะทำให้ผ้าเสื่อมคุณภาพและขาดเร็วกว่าปกติ
ประโยชน์ใช้สอยของผ้าฝ้าย
...........ผ้าฝ้ายใช้ประโยชน์ได้กว้างขวางมากและมีราคาไม่แพง ซึ่งสามารถใช้เป็นเสื้อผ้านุ่งหุ้มได้ทุกชนิด
นอกจากนี้ยังเป็นผ้าที่ใช้ในบ้าน ผ้าตกแต่งบ้าน และผ้าที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมได้อย่างดีอีกด้วย
ทั้งนี้เนื่องจากผ้าฝ้าย มีคุณสมบัติดีหลายประการ เช่น สวมใส่สบาย ไม่ร้อย ซักรีดง่าย
และดูดซึมน้ำและความชื้นได้ดี
นอกจากนั้นผ้าฝ้าย ยังย้อมสีง่าย สีไม่ตกและทนถ้าย้อมสีได้ถูกวิธี ผ้าฝ้ายจะทนต่อความร้อนและระบายความร้อนได้ดีอีกด้วย
การตกแต่งผ้าฝ้ายที่นิยมทำกัน ได้แก่ การทำการหด ทำให้ทนยับ และซักและวไม่ต้องรีด
เป็นต้น ความน่าใช้
และสวมใส่สบายเป็นคุณสมบัติเด่นของผ้าฝ้าย
|